| ~ joke ~'s profile-> joke's kingdom - (si...PhotosBlogLists | Help |
|
July 08 งานอดิเรกลับๆวันนี้มาแฉตัวเอง อิๆๆ (กลัวไม่มีคนสนใจ)
คิดว่าคงมีไม่กี่คนที่รู้ว่างานอดิเรกอย่างหนึ่งก็คือ "การแต่งคำประพันธ์" นั่นเอง
อ๊ะๆ ห้ามเรียกว่าการแต่งกลอนนะจ๊ะ เพราะกลอนเป็นเพียงสับเซตของคำประพันธ์เท่านั้น
คำประพันธ์คือเซตของโคลง ฉันท์ กาพย์ กลอน ร่าย
ชอบแต่งหมดเลย สนุกดี แต่ไม่ค่อยบอกใครเท่าไหร่เพราะเด๋วโดนหาว่าโบราณ 555
วันนี้ที่จะเอามาอวดเป็นกลอนก่อนละกัน เพราะว่ามีโอกาสได้แต่งบ่อยสุด
ไว้เดี๋ยวคราวหน้าค่อยเอาอันอื่นมาอวดใหม่
อันแรกนี้เป็นอันใหม่ล่าสุด เพิ่งแต่งเมื่อสัปดาห์ที่แล้วเอง
เป็นกลอนที่เขียนให้คุณมีมี่ เพื่อนสมัยมอปลาย
พอดีว่ากำลังจะรับปริญญาสัปดาห์หน้านี้แล้ว เลยคุยกันว่าจะให้ของขวัญ อยากได้อะไร
คุยไปคุยมาก็มาลงที่ "เครื่องถอนขนจั๊กกะแร้ไฟฟ้า"
เนื่องจากตอนนี้คุณมีมี่สำเร็จการศึกษาจากคณะนิติศาสตร์ แล้วกำลังอ่านหนังสือเตรียมสอบเนฯ อยู่
ได้ข่าวว่าอ่านหนังสือหนักจนไม่มีเวลามานั่งใช้แหนบถอนขนทีละเส้น
ครั้นจะโกนไปเลยก็กลัวว่าขนจะแข็งกระด้างขึ้น เสียศักดิ์ศรีลูกผู้หญิง
เลยส่งเครื่องมือแสนทันสมัยแห่งญี่ปุ่นนี้ไปให้พร้อมกลอนที่ระลึก
.....โอ้ชีวันฉันนี้มีปัญหา
เรียนจบมาหาว่างไม่ใช่สุขสม
ต้องเรียนเนฯ เสียเวลาพาอกตรม
แสนระทมจมมาตราน่างงงวย
.....พระศุกร์เข้าพระเสาร์แทรกแหกดวงฉัน
จำประจัญอีกปัญหาพาหมดสวย
เพราะวงแขนแสนล่ำเริ่มร่ำรวย
ชวนระทวยด้วยขนหนาพายุงงง
.....แต่มิตรดีมีน้ำใจใฝ่โปรดสัตว์
จึ่งแจงจัดบำบัดความตามประสงค์
มอบของขวัญอันเลอค่าน่าธำรงค์
นวลอนงค์คงผิวเนียวเกรียนเกินใคร
.....โอ้วันใหม่ใจพิมลไร้ขนปลิ้น
ใส่สายเดี่ยวไม่เสียวกลิ่นสิ้นสงสัย
เป็นสาวงามสยามชาติกระชากใจ
ร้อยชาตรีพลีกายให้ใต้บาทา
อย่า อย่าเพิ่งนึกว่าเสี่ยว เพราะมีเสี่ยวกว่านี้อีกเยอะ 555
อันต่อไปเป็นกลอนที่แต่งตอนจบมอสาม ส่งไปประกวดของ สนพ. ใยไหม
ที่เป็น สนพ. ผลิตสมุดเฟรนด์ชิพ สมุดกลอนอะไรพวกนี้อ่ะ
ตอนนั้นเค้าจัดประกวดกลอนบอกลาเพื่อนอะไรทำนองนี้
ได้รางวัลชนะเลิศระดับมอต้นมาด้วย เสี่ยวเข้าขั้นทีเดียว
ได้ตังค์มาหมื่นนึงมั้ง กับโล่ห์อันนึง (เป็นโล่ห์ที่ได้แล้วต้องซ่อน)
สรุปแล้วดีใจที่ได้ตังค์ 55555 แต่ถ้าในด้านรสนิยมแล้วถือเป็นกลอนที่รู้สึกเลี่ยนที่สุดอ่ะ...
.....ไม่นานวันพลันพลัดพรากจากเพื่อนเก่า
แสนซึมเซาเศร้าสิ้นสุขสูญสดใส
ต่างเส้นทางต่างชีวิตต่างจิตใจ
เราต่างตนต้องต่างไปไกลจากกัน
.....เมื่อมองดูสู่วันวานครั้นแรกคบ
มิอาจลบจบเรื่องราวเราร่วมฝัน
ทั้งร้ายดีที่ร่วมฝ่ากว่าร้อยพัน
คำสำคัญคือเพื่อนไม่เคลื่อนคลาย
.....แม้เพื่อนใหม่ได้พบไม่จบเก่า
ภาพพวกเรายังเฝ้าย้ำย้อนความหมาย
แม้เดือนผันวันผ่านกาลกลับกลาย
คำว่าเพื่อนไม่เลือนหายจากใจเรา
(ขนาดพิมพ์เองยังขนลุกในความเสี่ยว...)
อันต่อมานี้แอบชอบเป็นพิเศษ
เพราะทำให้รู้สึกว่าการใช้คำซ้ำๆ กันนี่ก็เวิร์คดีนะ
เพราะว่าไม่ต้องเปลืองสมองด้วย แล้วก็เพราะดีด้วย ฮิๆๆๆ
แต่งตอนมอสี่ เรื่องของเรื่องคือเพื่อนสมัยมอต้นโทรมาให้ช่วยแต่งกลอนวันพ่อให้หน่อย
เพราะว่าอาจารย์วิชาภาษาไทยสั่งมา แล้วมันแต่งไม่เป็นอ่ะ
แอบรู้สึกเสียดายเพราะว่าแต่งออกมาดีกว่าตอนที่ตัวเองส่งอาจารย์เองอีก
.....เธอรู้ไหมใครคุ้มครองปกป้องเจ้า
เธอรู้ไหมใครบรรเทาคราวปัญหา
เธอรู้ไหมใครทุ่มเททุกเวลา
เธอรู้ไหมใครเยียวยายามยากเย็น
.....เธอยังเล็ก ยังสงสัย ยังไม่รู้
ยังต้องสู้ ยังอีกไกล ยังไม่เห็น
ยังอ่อนแอ ยังอ่อนโลก ยังไม่เป็น
ยังมี "พ่อ" ยังเคี่ยวเข็ญ ยังห่วงใย
.....เราชาวไทยใช่มีพ่อก็เพียงหนึ่ง
อีกพ่อซึ่งแสนรักเธอ เธอรู้ไหม
คือพ่อฟ้าประชาราษฎร์ทั้งชาติไทย
ร่วมร้อยใจถวายภักดิ์รักนิรันดร์
.....ชาติสยามยังอยู่ได้ในวันนี้
เพราะเรามีพ่อที่เป็นเช่นมิ่งขวัญ
พ่อมอบไว้ได้ทรงค่ากว่าอนันต์
ห้าธันวามาพร้อมกันสรรเสริญคุณ
พอมาอ่านตอนนี้แล้วรู้สึกว่าตอนจบน่าจะแต่งให้ตื่นเต้นกว่านี้หน่อยเนาะ
อีกอันนึงก็ชอบ แต่งตอนเพิ่งจบมอหกสดๆ ร้อนๆ เลย
เป็นกลอนที่ใช้กล่าวต่อหน้าที่ประชุมอาจารย์โรงเรียนเตรียม
ตอนที่เป็นตัวแทนนักเรียนทุนญี่ปุ่นกล่าวคำขอบคุณต่ออาจารย์อ่ะ
ตอนแรกตกลงว่าต่างคนต่างร่างคำขอบคุณมาแล้วเอามารวมกัน
แต่เนื่องจากนึกร้อยแก้วไม่ออก เลยเขียนเป็นกลอนแทน 555 แร่ดจริงๆ
.....ในชีวิตศิษย์มีวันนี้อยู่
ด้วยคุณครูผู้พาเราสู่เป้าหมาย
ด้วยคุณครูผู้เทให้ทั้งใจกาย
ด้วยคุณครูผู้ไม่หน่ายในอบรม
.....เตรียมคุณธรรมย้ำให้ศิษย์คิดรักษา
เตรียมวิชาหาให้ศิษย์คิดสั่งสม
เตรียมแบบอย่างสร้างให้ศิษย์คิดนิยม
เตรียมอุดมศึกษา ศิษย์อาลัย
.....แม้ปีเลื่อนเดือนผันวันแปรเปลี่ยน
ชื่อโรงเรียนยังเวียนย้ำกว่าคำไหน
เมื่อสำเร็จเสร็จศึกษาเวลาใด
จะทดแทนแผ่นดินไทยดั่งใจครู
ป.ล.๑ ใช้เทคนิคเล่นคำซ้ำเหมือนกลอนวันพ่อเลย เวิร์คๆ
ป.ล.๒ "คุณครู"ในบทแรก ตีได้สองความหมาย คือ Mr.ครู/Ms.ครู และ บุญคุณของครู
แนะนำให้ตีความเป็นอันหลังจะแนวกว่า
ป.ล.๓ "แม้ปีเลื่อนเดือนผันวันแปรเปลี่ยน"ในบทที่สาม ดัดแปลงมาจาก "แม้เดือนผันวันผ่านกาลกลับกลาย" ในกลอนลาเพื่อน
เพื่อเป็นการไม่สิ้นเปลืองเซลล์สมอง ฮิๆๆๆ ใช้พลังงานมากไปเดี๋ยวโลกร้อนนะจ๊ะ
อ่านแล้วก็เม้นท์กันด้วยล่ะ เด๋วดูเป็นคนไม่มีคนคบ
ใครใคร่เม้นท์เป็นร้อยแก้วเม้นท์ ใครใคร่เม้นท์เป็นร้อยกรองเม้นท์
ป.ล. เพื่อนๆ ที่รับปริญญากัน ดีใจด้วยนะเว้ยย~~ |
|
|