~ joke ~'s profile-> joke's kingdom - (si...PhotosBlogLists Tools Help

Blog


    January 31

    = My 22nd Birthday =

     แอ่น แอน แอ๊นนนน...
    ในที่สุดก็ได้เขียนสเปสซะที ตอนที่เขียนครั้งก่อนนี่ช่วงเปิดเทอมพอดีเลย มาเขียนอีกทีก็ช่วงสอบปลายภาค
    5555 แหม.... เขียนบ่อยๆ เดี๋ยวก็เบื่อแย่อ่ะเด่ะ แม่นบ่?

    ที่มาเขียนนี่ก็ไม่ใช่อะไรหรอก พอดีเป็นวันเกิดไง เลยอยากประชาสัมพันธ์ซักหน่อย เผื่อได้รับคำอวยพรหรือของขวัญอะไรกับเค้าบ้าง ฮี่ฮี่ฮี่ 
    อ๊ะๆ อย่าหาว่าหน้าเลือด ละโมบแม้กระทั่งในวันมงคลล่ะ อันนี้ไม่ได้บังคับนะว่าต้องอวยพร แต่มันเป็นเรื่องของน้ำใจอ่ะจริงป่าว คนเราวันเกิดมีแค่ปีละครั้ง เสียเวลาซักสองสามนาโนมานึกคำอวยพรซักหน่อยไม่ได้ก็ไม่เป็นไรหรอก จะถือซะว่าเสียแรงอัพสเปสไปเปล่าๆ ปลี้ๆ ก็แล้วกัน

     

    เนื่องในวาระดิถีครบรอบ 22 ปีทั้งที ก็จะขอสรุปเหตุการณ์สำคัญในช่วงวัย 21 ที่ผ่านมาหนึ่งปีว่าเป็นยังไงบ้าง

     

    จบชมรมกีต้าร์ ★

    เนื่องจากระบบการเรียนที่มหาลัยนี้ ปี 4 ทุกคนจะค่อนข้างยุ่งมาก พวกสายวิทย์ก็ต้องเข้าแล็บ ส่วนสายศิลป์ก็ต้องตระเวนหางานกัน ชมรมกีต้าร์เลยกำหนดให้เด็กปี 3 จบชมรมในคอนเสิร์ทใหญ่ประจำปี พอขึ้นปี 4 ก็จะได้ทำงานอื่นได้เต็มที่

    เนื่องจากเป็นคอนเสิร์ทครั้งสุดท้าย แล้วก็เป็นรุ่นโตสุดในชมรมด้วย เลยต้องเล่นหลายโชว์เลย ช่วงก่อนคอนเสิร์ท 2 เดือนเนี่ย ซ้อมเยอะมาก รวมแล้วสัปดาห์ละ 20 ชั่วโมงได้ นับๆ ดูแล้วเยอะกว่าเวลาเรียนอีกนี่หว่า 5555

    ที่พิเศษก็คือในคอนเสิร์ทนี้ได้ทำหน้าที่ใหญ่ 2 งานเลย อันแรกคือเป็นหัวหน้าโชว์นึง (จากทั้งหมด 8 โชว์) คือโชว์เพลงดิสนีย์ คือว่าชอบเพลงดิสนีย์มาตั้งแต่ประถมอ่ะ ไหนๆ ได้เล่นดนตรีเองแล้วก็อยากเล่นเพลงดิสนีย์หน่อยละกัน ก็เลยบังคับคนอื่นให้มาเล่นด้วยกัน 555 อันนี้เป็นความใฝ่ฝันตั้งแต่ตอนอยู่ปี 1 เลยนะว่าอยากเล่นเพลงดิสนีย์ ดูทะเยอทะยานดีป่าว เล่นอย่างเดียวไม่พอ ต้องแต่งคอสเพลย์ด้วย ใส่ชุดมิกกี้ที่เป็นพ่อมดใน Fantasia อ่ะ นึกออกป่ะ? ที่เป็นชุดผ้าคลุมสีแดง สวมหมวกแหลมๆ อ่ะ

    อีกหน้าที่นึงก็คือเป็น stage manager ด้วย ประมาณผู้กำกับอ่ะ เป็นงานที่หนักเหมือนกันเพราะต้องรับผิดชอบเบื้องหลังคอนเสิร์ทโดยรวมทั้งหมด ติดต่อกับสตาฟฮอลล์ ติดต่อพิธีกร เขียนสคริปท์พิธีกร แบ่งงานให้คนในชมรม ทำตารางแสงสี ตารางเวลา ทำแม้กระทั่งกำหนดว่าเวลาเปลี่ยนสเตจ ใครจะต้องไปเลื่อนเก้าอี้ตัวไหนไปว่างตรงไหน อะไรงี้ งานจับฉ่ายเยอะมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก ก.ไก่เจ็ดร้อยตัว แต่ก็บ่นๆ ไปงั้นแหละ จริงๆ แล้วก็หนุกดี ใหญ่ดี วางอำนาจได้ สั่งเพื่อนทำงานได้ด้วย วะฮะฮ่าา

    กล่าวโดยรวมแล้ว เป็นคอนเสิร์ทที่มีความสำคัญมาก เพราะเป็นคอนเสิร์ทสุดท้ายแล้ว ต่อไปนี้ก็คงไม่ได้เล่นกีต้าร์อีกเท่าไหร่ เพราะที่ชอบเล่นก็เพราะเล่นหลายๆ คนมันหนุกดี เล่นโซโล่คนเดียวไม่ค่อยชอบเท่าไหร่อ่ะ แล้วก็เพราะเป็นคอนเสิร์ทที่ตัวเองได้มีส่วนร่วมเยอะมากด้วย ช่วงก่อนคอนเสิร์ทซัก 2-3 เดือนนี่เรียกได้ว่าในหัวมีแต่เรื่องคอนเสิร์ทอย่างเดียวเลยล่ะ พอทำสำเร็จแล้วมันก็รู้สึกภูมิใจ รู้สึกว่าได้ทำอะไรเต็มที่จริงๆ ดี สมแล้วที่เป็นวัยรุ่น 555

     

     เกณฑ์ทหาร ★

    เนื่องจากเรียน รด. ไปแค่ปีเดียว เลยต้องไปเกณฑ์ทหาร ตอนต้นๆ เดือนเมษา บินกลับไทยไป 4 วันเพื่อไปเกณฑ์โดยเฉพาะเลย ดูรักชาติมั้ย อิอิ

    เอ๊ะ อันนี้เอามาเผยแพร่ได้รึเปล่าไม่รู้ คร่าวๆ ประมาณว่าก็ย้ายทะเบียนบ้านไปเขตที่มันมีคนสมัครเต็มแล้ว อะไรเงี้ย กลับไทยไปเช้าวันเกณฑ์ทหารพอดี ถึงสนามบินแล้วแวะกลับมาชิ้งฉ่องที่บ้าน แล้วไปที่เขตเลยล่ะ ถึงเขตเจ็ดโมงเช้าอ่ะ คนเยอะอย่างกะฉายหนังกลางแปลงฟรีทีเดียว เค้าก็เอาเชือกฟางมาขึงกับเต็นท์ผ้าใบ แบ่งให้นั่งเป็นเขตๆ ละม้ายคล้ายโรงเลี้ยงสัตว์อ่ะ แล้วก็เรียกทีละคน ไปวัดส่วนสูงน้ำหนักดูว่าได้มาตรฐานมั้ย อะไรงี้ แต่เนื่องจากมีประมาณสิบแปดล้านเจ็ดแสนคน แต่ให้วัดตัวทีละคน ไปถึงเจ็ดโมง เลยเสร็จประมาณสี่ทุ่มได้ ที่น่าหุดหิดก็คือเรียกให้มารวมตอนเจ็ดโมงเช้า แต่กว่าจะได้รายงานตัวและวัดตัวก็ประมาณบ่ายโมง แถมพอวัดครบทุกคนแล้วมีเรียกรอบสอง ให้คนที่ตอนรอบแรกยังนอนอยู่บ้านไม่ตื่นอีกแน่ะ เอ๊ะ แล้วจะมาแต่ไก่โห่ทำไมหา.... ต้องนั่งๆ นอนๆ อยู่ในโรงเลี้ยงสัตว์นั้นรวมถึง 15 ชั่วโมง เสีย opportunity cost ไปโขเชียว แต่ดีหน่อยที่ไปกับป่าป๊า แล้วป๊าก็ไปเจอเพื่อนป๊ามากับลูก เลยได้เพื่อนใหม่มาคนนึง คนนี้ก็หรูเชียว เอาเครื่องเล่นดีวีดีขนาดพกพามาเปิดเสียง surround กลางเต็นท์ โคตรอายคนเลย แต่ว่านั่งบนเสื่อของเค้าอยู่ จะหนีไปไกลๆ ก็จะพ้นเสื่อ เดี๋ยวเมื่อยตูด เลยยอมจำนนนั่งด้วยกันไป แต่เค้าก็เป็นคนดีนะ คุยสนุกดี (อันนี้เผื่อบังเอิญเค้ามาอ่านเจอ ต้องชมเผื่อไว้ก่อน)

     

      งานพิเศษ ★ 

    เริ่มทำตั้งแต่ต้นมกราปีที่แล้ว ทำร้านอาหารไทยที่โกเบ อันนี้เกด (เพื่อนที่มาทุนญี่ปุ่นพร้อมกัน) เค้าทำอยู่ แล้วขอให้เค้าแนะนำให้ เป็นร้านเล็กๆ กึ่งบาร์หน่อย คือมีชงเหล้า ชงค็อกเทลน่ะ ชื่อร้านพี่สมเด็จ คือชื่อพี่ที่เป็นเจ้าของร้าน แล้วก็เป็นกุ๊กเองด้วย หน้าที่ที่ต้องทำก็คือล้างจาน รับออร์เดอร์ เสิร์ฟอาหาร ชงเหล้า เช็ดโต๊ะ อะไรพวกเนี้ย ได้ชั่วโมงละ 800 เยน มีค่าเดินทางให้ แล้วมีอาหารให้อีกมื้อนึง ทำวันศุกร์ 2-5 ทุ่ม เรื่องของเรื่องคืออยากทานอาหารไทยซักสัปดาห์ล่ะครั้งน่ะแหล่ะ 5555 เห็นแก่กินนั่นเอง โอยยย.... เล่าแล้วก็เปรี้ยวปาก หิวขึ้นมาตะหงิดๆ แผล่บๆ เจ้าของร้าน คือพี่สมเด็จเนี่ย ก็ใจดีนะ อย่างทำครั้งนึงสามชั่วโมง ก็ 2400 ใช่มะ เดือนนึงถ้าทำสี่ครั้งก็ 9600 พี่สมเด็จก็จะแถมให้เป็น 10000 ไปเลย จะได้ไม่มีเศษเหรียญให้วุ่นวาย ป๋าป่าวว เพราะฉะนั้นก็พยายามอย่าทำเดือนละห้าครั้ง ไม่งั้นเป็น 12000 จะไม่ได้แถม เพราะว่ามันเป็นแบงค์ลงตัวพอดี 55555 อันนี้เป็นการ maximize profit ตามหลักเศรษฐศาสตร์ที่เรียนมา ห้ามเรียกว่างก

    เพื่อนร่วมงานก็ดี เป็นผู้หญิงวัย 29 เพิ่งแต่งงานช่วงระหว่างที่ทำงานด้วยกันเนี่ยแหละ เป็นคนดีมาก ใจดี คุยสนุก แต่หลังๆ พอแต่งงานไปเริ่มยุ่ง บางวันเลยมีคนใหม่มาแทน เป็นผู้ชายญี่ปุ่น แต่หน้าเหมือนคนไทยเชียว แถมความฝันคืออยากไปบวชพระที่ไทยอีก แต่แอบสูบบุหรี่จัดนะ ทำงานด้วยกันอยู่ มีขอแว้บออกไปสูบด้วย ถ้าบอกว่าเป็นพระห้ามสูบบุหรี่นี่เค้าจะเลือกบวชหรือเลือกบุหรี่หว่า?

    เอ๊ะ... เล่าไปเล่ามาทำไมกลายเป็นนินทาคนไปแล้ว... ตอนนี้ก็ไม่ได้ทำแล้วล่ะ เพราะว่าขอลาตอนช่วงสอบตั้งแต่กรกฎา พอสอบเสร็จก็ต้องซ้อมชมรมอย่างหนักถึงธันวา จบชมรมปุ๊บก็กลับไทย กลับมาญี่ปุ่นใหม่ตอนนี้ก็สอบอีกแล้ว สอบเสร็จแล้วเดี๋ยวก็กลับไทยอีก พอกลับมาใหม่ก็ต้องฟิตสอบโทกับสอบโทเฟล เลยคงไม่ได้ไปทำแล้วล่ะ

    งานที่ได้แตะๆ นิดหน่อยก็คือสอนภาษาไทย เรียกว่าแตะจริงๆ คือสอนไม่กี่ครั้งเอง คนแรกเป็นผู้หญิงประมาณสี่สิบได้ แต่แต่งตัวดีนะ ดูสาวเชียว เล่นชมพูทั้งชุดเลย แต่ว่าให้ค่าสอนน้อย เลยไม่ค่อยอยากสอนเท่าไหร่ เค้าชอบไปภูเก็ตมาก ก็สอนเล่นๆ ไป 3-4 ครั้ง แล้วเวลาว่างไม่ค่อยตรงกัน เลยไม่ได้ติดต่อกันแล้ว

    อีกคนคือคนที่เกดเคยสอน แล้วเค้าอยากให้สอนแทน คาดว่าคงเป็นเพราะคงจะอยากให้สอนเรื่องที่ไม่กล้าถามเพศหญิง 5555 ก็ลุงแกบอกว่า เนี่ย..ได้เงินบำนาญมา ก็ไปเที่ยวไทย ไปดูอะโกโก้ สบายเลย 5555 แต่ไปถามเกดดู เกดบอกว่าลุงไม่เคยพูดเรื่องอย่างงี้นะ.... สงสัยลุงแกจะอยากให้สอนศัพท์จุ๊กกรู้ๆ แน่นอน ลุงคนนี้ใจดี ให้ตังค์เยอะ ครั้งละ 2 ชั่วโมง ชั่วโมงละ 3000 เยนแน่ะ แต่ว่าไปได้แค่ครั้งเดียว พอครั้งที่ 2 เกิดมีเหตุขัดข้อง โทรไปบอกยกเลิกลุงล่วงหน้าชั่วโมงเดียว ลุงเลยให้เกดสอนแทนเหมือนเดิม แป่วเลย 5555 แต่ว่าบ้านลุงแกก็ไกลมากๆๆๆ น่ะ ไปกลับ 3-4 ชั่วโมงได้ แค่นั่งรถไฟอย่างเดียวก็แทบจะเผาผลาญแคลลอรี่ได้หมดละ เลยคิดว่าเลิกไปก็ดีเหมือนกัน... องุ่นเปรี้ยวนั่นเอง 55555

    คนสุดท้ายนี่ ออกแนวจำยอมเล็กน้อย คือเป็นที่โรงเรียนสอนภาษาเลยน่ะ มีพี่คนนึงที่เค้าสอนอยู่ แล้วเค้าต้องไปเรียนต่อโตเกียว เลยหาคนสอนแทน ทีแรกที่ได้ยินว่าจะให้สอนก็นึกว่าช่วงปิดเทอมใหม่ๆ เลยบอกว่าสนใจ แต่ไปๆ มาๆ กว่าจะได้รับการติดต่อมาก็เปิดเทอมไปแล้ว แล้วทีนี้ด้วยความรักการศึกษา เลยไม่ค่อยมีเวลาไปสอนได้ แต่เค้าก็หาคนไม่ได้ เลยขอร้องแกมบังคับให้ไปสอนให้ได้ เลยไปสอนแค่ 2 ครั้งแล้วให้คนอื่นไปสอนแทน เป็นคุณลุงน่าจะประมาณ 60 แต่ว่าใส่เสื้อเล็กๆ รัดๆ ออกไปทางลุงแนว ห้อยพระเครื่องด้วย ท่าทางจะรักเมืองไทยจริงๆ อิอิอิ

    โอ้ว เนื่องจากพูดมากเกินไป สเปสแกเลยวีนว่าเขียนเยอะอย่างนี้จะไปใส่ในบล็อกเดียวได้ยังไงฮึ! แบ่งเป็นสองอันเดี๋ยวนี้นะ เลยต้องไปเขียนต่ออันล่าง ↓

    = My 22nd Birthday =

    ต่อจากอันข้างบนนะ ห้ามอ่านอันนี้ก่อน

     

     กลับไทยสามครั้งแน่ะ ★ 

    ปีที่ผ่านมานี่กลับไปถึงสามครั้ง ก็ตอนเกณฑ์ทหารที่เล่าไปแล้วครั้งนึงใช่มะ อีกครั้งก็ตอนกันยา ก็ได้เล่าไปแล้วในบล็อกคราวก่อน ที่ไปดู AF มาอ่ะ ครั้งล่าสุดก็เมื่อปีใหม่ที่ผ่านมา แอบไปฮ่องกงมาด้วย ฮิๆๆ แต่ว่าคนไทยเยอะมากๆ เริ่มสับสนว่านี่อยู่ฮ่องกงหรือเยาวราชกันแน่

    กลับไทยไปคราวนี้ก็ได้นัดห้อง 824 อีกแล้ว ดีใจจริงแท้ บางคนก็ไม่ได้เจอตั้งแต่จบ ม.6 เลย อาทิ อีฟ นักกีฬาวิ่งหญิงทีมชาติ ที่เลิกวิ่งแล้วหันมาสาวแตก หรือป้าหนิงที่ยังไม่เลิกกับแฟน (ยุ่งอะไรเค้าวะ?) ส่วนคนอื่นๆ ก็เจออยู่เกือบทุกครั้งที่กลับไป ไม่พูดถึงละกัน 555

    คราวนี้ได้ไปหาอาจารย์ด้วย มีอาจารย์คนนึงที่สนิทกัน เค้าเป็นเนื้องอก (จำไม่ได้ว่าเป็นมะเร็งรึเปล่า) ที่มดลูก แล้วทำคลีโม ผมร่วงด้วย อาจารย์ก็เลยเอาผ้าโพกศีรษะไว้อย่างไฉไล แต่พลอยและมีมี่เจือกไปทักเค้าอีก (สำนึกผิดเสีย) แต่ว่าผมอาจารย์ก็ขึ้นมาหน่อยๆ แล้ว เลยดูแนวดีเหมือนกัน อิอิ เท่าที่ไปตรวจมาก็ไม่พบว่ามีอาการอะไรน่าเป็นห่วงมาก เลยสบายใจหน่อย เย้.... แล้วก็ไปหา อ.วัลลภ กะ อ.ลัดดาวัลย์ อีก

     

    iPod ★

    อันนี้ไม่ใช่เหตุการณ์ แต่เห่อ เลยอยากเล่า ของเค้าดีจริงๆ นะ พอดีตอนก่อนกลับมาญี่ปุ่นนี่ คุณแม่พอดีมีเงินเยนตุนไว้ เลยให้มาไว้ซื้อของขวัญวันเกิด ฮิๆๆ เลยเอาไปซื้อ iPod ซะเลย  ด้วยความที่วัตถุนิยม ยึดติดในรูปธรรม เลยแยกแบงค์ที่แม่ให้ไว้ต่างหาก แล้วเอาแบงค์นี้จ่ายตอนซื้อด้วย ทำให้ได้ความรู้สึกเหมือนแม่ซื้อให้จริงๆ  ฉลาดเนาะ

    ด้วยความที่เห่อ เลยฟังเวลาขี่จักรยานเสมอ วันไหนคึกหน่อยก็ร้องตามเลยนะ อิอิ เนื่องจากเวลาขี่จักรยานเนี่ย เวลาร้องเพี้ยน เราสามารถอ้างได้ว่าเมื่อแหล่งกำเนิดเสียงเคลื่อนที่ด้วยความเร็ว จะทำให้คลื่นเสียงเกิดปรากฏการณ์อะไรซักอย่างที่เคยเรียนในวิทย์กายตอน ม.6 เลยทำให้ฟังดูเพี้ยนได้ เป็นการเอาตัวรอดได้อย่างชาญฉลาดดีแท้ ฮี่ๆๆ

     

     การเรียน ★

    แม้จะไม่อยากพูดถึงเท่าไหร่ แต่ก็อ้างหน่อยพอเป็นพิธี จริงๆ แล้วเทอมนี้ (ปี 3 เทอม 2) ถ้าเก็บได้ครบทุกตัว ก็เก็บหน่วยกิตได้ครบแล้ว ปีหน้าก็อ่านหนังสือเตรียมสอบโทอย่างเดียว แต่ว่าเกิดเหตุไม่คาดฝันนิดหน่อย คือว่าปกติแล้วทุนญี่ปุ่นเนี่ย ถ้าเราสอบเค้าโทได้ เค้าก็จะให้ทุนต่อโดยอัตโนมัติเลย แต่เพิ่งมีปีนี้ (หมายถึงคนที่จะเข้าโทเดือนเมษานี้อ่ะ) เค้ากำหนดเงื่อนไขเพิ่มเติมว่าจะต้องได้เกรดเฉลี่ย 2.00 ขึ้นไป.. ช้าก่อน! ที่ญี่ปุ่นนี่จริงๆ แล้วเค้าไม่ค่อยคิดเกรดเฉลี่ยกันหรอก แต่ว่าในกรณีนี้เค้าจะขอให้คิดขึ้นมาเป็นพิเศษ โดยให้เกรด A คือ 3,B คือ 2, C คือ 1....เพราะฉะนั้น  2.00 ที่ว่านี่ ถ้าเทียบกับที่ไทยก็คือ 3.00 นั่นเอง... จริงๆ แล้วตอนนี้ได้ประมาณ 2.18 น่ะ (อันนี้พยายามสุดความสามารถแล้วนะ 5555) แต่ก็คือผ่านใช่ป่ะ แต่ว่าแอบมีเงื่อนไขอีกว่า ถ้าปีหน้ารัฐบาลเกิดงบน้อย ก็อาจเลื่อนเกรดขั้นต่ำขึ้นนะจ๊ะ หมายความว่าเราก็จะไม่รู้เลยว่าต้องทำให้ได้เท่าไหร่แน่นอน เลยต้องทำเกรดให้ดีๆ ไว้หน่อย แต่มันก็เกือบสายไปแล้วอ่ะ เหลืออีกไม่กี่หน่วยก็จะจบแล้ว ที่เหลือเก็บได้ A หมด มันก็เพิ่มมาไม่เท่าไหร่หรอก แต่ว่าก็กะจะพยายามๆ หน่อย เทอมนี้เลยกะว่าจะทิ้งตัวที่ไม่น่าจะได้ A แน่ๆ แล้วแบ่งไปเก็บตอนปี 4 ด้วยอีกนิดหน่อยอ่ะ นี่พรุ่งนี้ (1ก.พ.) ก็เริ่มสอบละ หลังวันเกิดเลยนะ.... แต่เนื่องจาก marginal utility ของการทำตัวสบายๆ ในวันเกิด มีค่ามากกว่าในวันอื่นๆ เลยพยายามอ่านให้จบตั้งแต่เมื่อวานไปแล้ว วันนี้จะได้ขออยู่สบายๆ หน่อย เดี๋ยวเลยเที่ยงคืนไปค่อยอ่านอีกรอบ 55555 หลอกตัวเองป่าววะ....

     

    ★ ดาราที่ชอบตอนนี้ : โอปอล ★
    คนที่เล่นเป็นตัวประกอบในหนังของ
    GTH อ่ะ ที่เล่นเป็น จิ๋มดำ ในแจ๋ว, นางพยาบาล ในเพื่อนสนิท, อาจารย์ conductor ใน seasons change ฯลฯ (ตัว ฯ นี่หานานมากว่ามันอยู่ตรงไหนของคีย์บอร์ด ต้องจิ้มให้คุ้ม ฯฯฯฯฯฯฯฯฯฯ fixed cost จะได้ถูกเฉลี่ยๆ เหลือน้อยลงไป ฯฯฯฯฯฯฯฯ ไม่รู้สึกว่าต้นทุนสูงนัก ฯฯฯฯฯฯฯฯฯฯ ฮิๆ  ฯฯฯฯฯฯฯ)  เค้าตลกดีเนาะ ชอบ 5555 ใครไปเจอตัวจริงฝากขอลายเซ็นให้ด้วยนะ ฮิๆ

     

     หนังที่ชอบตอนนี้ : Be With You (ชื่อญี่ปุ่นว่า 今、会いにゆきます) ★

    เป็นหนังญี่ปุ่น 3-4 ปีมาแล้วล่ะ แต่เพิ่งได้ดู เล่าเนื้อเรื่องให้ฟังไม่ได้ เดี๋ยวดูแล้วไม่หนุก หาซื้อยากเหมือนกันอ่ะ ไปซื้อมาจาก B2S สาขา central world แต่ขายเป็น DVD set มีสามเรื่องด้วยกัน เรื่องนี้ตอนแรกไปเช่าดูที่ญี่ปุ่น แล้วหนุกดี เลยกลับมาซื้อเก็บไว้ เอาให้แม่ดู แม่ร้องไห้ด้วย แล้วจะบาปมั้ยเนี่ย ทำบุพการีร้องไห้ ตกนรกป่าววะ.... ให้พี่ดูพี่ก็ร้องนะ สรุปแล้วหนังเค้าดีจริงๆ ไปหามาดูกันเถิด

     

    ปีที่ผ่านมาก็เป็นประมาณนี้แหละ ค่อนข้างเป็นปีที่มีสาระหน่อย เก็บหน่วยกิตได้เยอะเกินเป้าด้วย ส่วนช่วงนี้ติดเน็ทอ่ะ อยู่บ้านก็เอาแต่เปิดคอมหาเน็ท ไม่ค่อยเป็นอันทำอะไร แต่ก็เป็นสุขดี ขอให้ปีนี้ก็มีแต่เรื่องดีๆ เข้ามาทีเถิด เจ้าประคู้ณณณ....

     

    ป.ล. วันก่อนยืม mp3 เพื่อนมา เลยเกิดข้อสงสัยเล็กน้อย
    คือว่าเสนาหอยอ่ะ เค้าออกอัลบั้ม ชื่ออัลบั้ม ดำจัง ใช่มะ...
    งี้เวลาไปซื้อที่ร้าน ก็ต้องบอกพนักงานว่า "น้องๆ หอยดำจัง" อย่างงี้เหรอ
    จะดีเหรอ??
    ใครมีหลักการเรียกชื่ออัลบั้มนี้อย่างถูกต้องบ้าง?

     

    ป.ล. 2  พอดีไปเปิดวิกิพีเดียภาษาไทยมา
    เจอคอลัมน์วันนี้ในอดีต
    31 มกราคม ในอดีตมีอะไรเกิดขึ้นบ้างนะ

    อืมมม.. นับว่ามีเป็นวันที่มีประโยชน์ต่อมวลมนุษยชาติทีเดียว (โดยเฉพาะข้อแรก)